|
Windchill
|
ซอฟต์แวร์สำหรับการบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Management หรือ PLM) ที่พัฒนาโดยบริษัท PTC ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการจัดเก็บและจัดการข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการบำรุงรักษ
|
Windchill คือ แพลตฟอร์ม Product Lifecycle Management (PLM) ที่ช่วยยกระดับกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณสมบัติเด่นที่ช่วยให้ การเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายและปลอดภัยสำหรับทีมงานที่หลากหลายสาขาหรือกระจายอยู่ทั่วโลก กระบวนการการัดการที่เน้นคุณภาพทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงสุด แนวทางการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกในการตัดสินใจเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิด Windchill ช่วยให้สามารถผสานรวมกับระบบขององค์กรอื่ได้อย่างง่ายดาย รวมถึง SAP ERP สิ่งนี้สร้างรากฐานที่สำคัญของระบบโฟลว์ที่สามารถตรวจสอบทุกรายละเอียดของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ หรือ Product Lifecycle ได้ในที่เดียว
ประโยชน์หลักที่จะได้รับจาก Windchill คือ
![]() |
![]() |
![]() |
||
Modern Architectureจัดการข้อมูลในวงกว้างด้วยสถาปัตยกรรม Web-Based ที่สร้างขึ้นเพื่อการประสานงานระหว่างระบบที่หลากหลาย |
Secure collaborationทำงานได้อย่างปลอดภัยทั้งภายในและภายน้ององค์กรด้วย IP และ Platform-Based Protections. |
Streamlined Upgradesลดเวลลาที่ผู้ใช้ต้องสูญเสียหรือหยุดชะงักจากการอัพเกรดข้อมูลด้วยระบบอัตโนมัติ |
||
|
|
|
|||
Admin and Supportใช้หลักการ IoT เพื่อการบริการตลอกเวลา (Always On) และการสนับสนุนที่ดีขึ้น |
Flexible Deliveryสามารถติดตั้งได้ทั้งบนเซิร์ฟเวอร์หรือในระบบคลาวด์ ที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย |
ไม่ว่าจะมีบทบาทใดในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ Windchill ก็สามารถช่วยให้คุณเห็นคุณค่าและผลจากการใช้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผลลัพธ์โดยเฉลี่ยที่ลูกค้าจะได้รับ

|
|
Product Data Managementสามารถจัดการและแก้ไขข้อมูล CAD Data และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น Word, Adobe PDF ได้โดยไม่ต้องออกจากสภาพแวดล้อม CAD Software เดิม เนื่องจากเป็น Web-Based จึงทำให้การเข้าถึงข้อมูลได้รับการปรับให้เหมาะสมกับการทำงานจากระยะไกล
|
|
|
BOM Managementสามารถป้อนข้อมูลจากเวิร์กช็อปเพื่อปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงคำแนะการแก้ปัญหาทางเทคนิคได้จากที่แสดงบนหน้าจอหรือใช้การแสดงผลแบบ AR ก่อนที่จะดำเนินงาน หรือช่วยในการทำกิจกรรมต่างๆ ให้เสร็จสมบูรณ์
|
|
|
Manufacturing Process Managementลดความซับซ้อนด้วย Product-To-Process Alignment การจัดโครงสร้าง BOM, Change Management และการปรับปรุงด้วยคำแนะนำการทำงานด้วยภาพ หรือ 3D Process Visualization ที่เหมาะสมที่สุด ผ่านการการควบคุมคุณภาพแบบดิจิทัล และ Factory Digital Twin
|
|
|
Collaborative Product Developmentใช้แนวทางแบบรวมศูนย์ด้วยการมองเห็นข้อมูลผลิตภัณฑ์แบบเรียลไทม์สำหรับการวางแผนการผลิต การตรวจสอบกระบวนการผลิตขั้นสูง การแปลงข้อมูลให้เป็นดิจิทัลในโรงงาน (Digitization) การควบคุมคุณภาพ การจัดหาเชิงกลยุทธ์ และการสนับสนุนช่างเทคนิคแบบ Mobile Service
|
|
|
Parts Classificationรองรับรูปแบบการจำแนกตามประเภท การตั้งชื่ออัตโนมัติ การค้นหาที่มีประสิทธิภาพ การจัดการ Mass Data การรวมข้อมูลของซัพพลายเออร์ ข้อมูล BOM และการเลือกชิ้นส่วนที่เหมาะสมที่สุดให้เป็นไปตามเกณฑ์ความยั่งยืน และการปฏิบัติตามมาตรฐานทางธุรกิจ
|
|
|
Quality Managementการเปิดใช้ระบบกำกับดูแล เช่น Change Control, Document Management และ Closed-Loop Feedback เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐาน ระบบเหล่านี้ช่วยให้ ตรวจสอบได้ง่าย บูรณาการร่วมกับ CAPA เพื่อ จัดการประสบการณ์ลูกค้า, และรองรับการตรวจสอบย้อนกลับ ได้ |
|
|
Engineering Change Managementจัดการเวิร์กโฟลว์ Engineering Change เมื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และกระบวนการโดยอัติโนมัติ กำหนดผู้ตรวจสอบ จัดการการอัปเดต มีความสามารถในการติดตาม การปฏิบัติตาม และการบูรณาการเข้ากับระบบการผลิตของโรงงาน
|
|
|
Product Variability Managementรองรับรูปแบบผลิตภัณฑ์แบบไดนามิที่ซับซ้อนและการควบคุมคุณภาพ ให้มีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือการกำหนดค่าต่างๆ ที่ผสานเข้ากับตรรกะหรือข้อกำหนด และการจัดการการ Engineering Change
|
|
|
Supply Chain Collaborationปรับปรุงการดำเนินการแบบครบวงจรโดยรวมกับ ซัพพลายเออร์หรือพันธมิตร ด้วยการแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น การควบคุม Change Control และเวิร์กโฟลว์การจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
|
TOP